การวัดและการตรวจวิเคราะห์
หน้านี้รวบรวมคำศัพท์ด้านการวัดและการตรวจวิเคราะห์ที่พบบนหน้าจอเครื่องวัด ในรายงานผลวิเคราะห์ และในข้อกำหนดของผู้ซื้อ แต่ละรายการอธิบายว่าคำนั้นหมายถึงอะไร และตัวเลขที่อ้างถึงนั้นบอกอะไรจริง ๆ
การตรวจเชื้อจุลินทรีย์
microbial testing
การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อนับจำนวนหรือระบุชนิดของจุลินทรีย์ในตัวอย่าง เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ และเชื้อรา ตัวอย่างจะถูกเตรียมแล้วเพาะเลี้ยง หรือวิเคราะห์ด้วยวิธีทางอณูชีววิทยา แล้วรายงานผลต่อหน่วยน้ำหนักตัวอย่าง แต่ละรายการตอบคำถามต่างกัน รายงานหนึ่งฉบับจึงมักมีค่าทางจุลชีววิทยาหลายรายการแยกกัน
การตรวจสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง
pesticide screening
การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อหาสารตกค้างจากผลิตภัณฑ์อารักขาพืชในตัวอย่าง ห้องปฏิบัติการตรวจตามรายการสารที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ผลจึงครอบคลุมเฉพาะสารที่อยู่ในรายการนั้น สารที่ใช้แต่ไม่อยู่ในรายการจะไม่ปรากฏในผล โดยทั่วไปรายงานเป็นความเข้มข้นต่อน้ำหนักตัวอย่าง
การทดสอบความแรง (potency)
potency testing
การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อวัดว่าตัวอย่างมีสารออกฤทธิ์ที่ระบุอยู่มากเท่าใด มักรายงานเป็นร้อยละของน้ำหนักแห้งหรือมิลลิกรัมต่อกรัม ตัวเลขที่ได้อธิบายเฉพาะตัวอย่างที่ส่งตรวจ ผลจึงต่างกันไปตามรุ่นการผลิต ตามต้น และตามส่วนของพืชที่นำมาตรวจ
การทดสอบความสม่ำเสมอ (homogeneity)
homogeneity testing
การวิเคราะห์เพื่อตรวจว่ารุ่นการผลิตหนึ่งมีความสม่ำเสมอหรือไม่ โดยเก็บตัวอย่างหลายจุดจากรุ่นนั้นแล้วเปรียบเทียบผล หากค่าที่ได้ใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเดียวก็ใช้แทนทั้งรุ่นได้ตามสมควร แต่หากค่าต่างกัน แสดงว่ารุ่นนั้นไม่สม่ำเสมอ และผลจากตัวอย่างเดียวอธิบายได้เฉพาะส่วนที่เก็บมาเท่านั้น
แก๊สโครมาโทกราฟี-แมสสเปกโตรเมทรี (GC-MS)
Gas Chromatography-Mass Spectrometry (GC-MS)
เทคนิคการวิเคราะห์ที่รวมแก๊สโครมาโทกราฟี ซึ่งแยกสารในตัวอย่างที่ทำให้กลายเป็นไอแล้ว เข้ากับแมสสเปกโตรเมทรี ซึ่งระบุชนิดของสารจากมวลของชิ้นส่วนที่แตกออก ใช้กับสารระเหยและกึ่งระเหย รวมถึงตัวทำละลายตกค้างและสารอารักขาพืชหลายชนิด
ค่าการนำไฟฟ้า (EC)
electrical conductivity (EC)
ค่าที่บอกว่าสารละลายนำกระแสไฟฟ้าได้ดีเพียงใด ค่านี้จะสูงขึ้นเมื่อมีเกลือแร่ละลายอยู่มากขึ้น ผู้ปลูกอ่านค่าจากเครื่องวัดแบบมือถือหรือแบบติดตั้งในระบบน้ำ โดยทั่วไปมีหน่วยเป็นมิลลิซีเมนส์ต่อเซนติเมตรหรือไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร เพื่อบอกความเข้มข้นรวมของสารละลายธาตุอาหาร หรือระดับเกลือที่สะสมอยู่ในวัสดุปลูก
ค่าวอเตอร์แอกทิวิตี้ (aw)
water activity (aw)
อัตราส่วนระหว่างความดันไอน้ำของวัสดุกับความดันไอน้ำของน้ำบริสุทธิ์ที่อุณหภูมิเดียวกัน แสดงเป็นค่าบนมาตราส่วน 0 ถึง 1 ค่านี้บอกว่าน้ำที่มีอยู่เป็นน้ำอิสระที่จุลินทรีย์นำไปใช้ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งไม่ใช่เรื่องเดียวกันกับปริมาณน้ำทั้งหมดที่วัสดุมีอยู่
โครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC)
High-Performance Liquid Chromatography (HPLC)
เทคนิคการวิเคราะห์ที่แยกสารในตัวอย่างของเหลว โดยอัดตัวอย่างผ่านคอลัมน์ที่บรรจุวัสดุไว้ภายใต้ความดัน ทำให้สารแต่ละชนิดออกจากคอลัมน์ที่เวลาเฉพาะของตนและวัดปริมาณได้ ใช้กับสารที่คงตัวในสารละลายและไม่จำเป็นต้องทำให้กลายเป็นไอ
ใบรับรองผลการวิเคราะห์
Certificate of Analysis (COA)
เอกสารแสดงผลตรวจที่ห้องปฏิบัติการออกให้สำหรับตัวอย่างหรือรุ่นการผลิตหนึ่งโดยเฉพาะ ระบุวัสดุที่ตรวจ รหัสตัวอย่าง วิธีวิเคราะห์ที่ใช้ และค่าที่วัดได้ของแต่ละรายการ ใบรับรองผลการวิเคราะห์บอกสิ่งที่ห้องปฏิบัติการตรวจพบในตัวอย่างนั้น จึงเป็นบันทึกผลการวัด ไม่ใช่คำรับรองที่ครอบคลุมสินค้าทั้งสายการผลิต
ปริมาณของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS)
total dissolved solids (TDS)
ค่าที่บอกปริมาณสารที่ละลายอยู่ในสารละลาย รายงานเป็นส่วนในล้านส่วน (ppm) หรือมิลลิกรัมต่อลิตร เครื่องวัดที่ผู้ปลูกใช้ส่วนใหญ่ไม่ได้ชั่งของแข็งโดยตรง แต่วัดค่าการนำไฟฟ้าแล้วแปลงด้วยตัวคูณคงที่ และเนื่องจากตัวคูณนี้ต่างกันตามมาตรฐานของเครื่อง สารละลายเดียวกันจึงอาจอ่านค่าได้ไม่เท่ากันบนเครื่องสองรุ่น
ปริมาณความชื้น
moisture content
สัดส่วนของน้ำหนักตัวอย่างที่เป็นน้ำ หาได้จากการชั่งวัสดุ อบให้แห้งภายใต้สภาวะที่กำหนด แล้วชั่งอีกครั้ง ค่านี้ตอบว่ามีน้ำอยู่ทั้งหมดเท่าใด ขณะที่ค่าวอเตอร์แอกทิวิตี้ตอบว่าน้ำนั้นนำไปใช้ได้เพียงใด สินค้าแห้งจึงมักระบุทั้งสองค่าควบคู่กัน
ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด (TAC / TAMC)
total aerobic count (TAC) / total aerobic microbial count (TAMC)
รายการทางจุลชีววิทยาที่รายงานจำนวนแบคทีเรียซึ่งเจริญได้ในสภาวะที่มีออกซิเจนและตรวจพบในตัวอย่าง รายงานเป็นหน่วยสร้างโคโลนีต่อกรัม ค่านี้เป็นตัวบ่งชี้ภาพรวมของปริมาณแบคทีเรียที่ติดมากับวัสดุ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นแบคทีเรียชนิดใด ในเภสัชตำรับเรียกรายการเดียวกันนี้ว่า total aerobic microbial count (TAMC) ใบรายงานผลของห้องปฏิบัติการจึงอาจใช้ตัวย่อได้ทั้งสองแบบ
ปริมาณยีสต์และเชื้อรา (TYM)
total yeast and mold (TYM)
รายการทางจุลชีววิทยาที่รายงานจำนวนยีสต์และเชื้อรารวมกันที่ตรวจพบในตัวอย่าง รายงานเป็นหน่วยสร้างโคโลนีต่อกรัม ค่านี้สะท้อนปริมาณเชื้อราบนวัสดุโดยรวม แต่ไม่ได้แยกระหว่างเชื้อราทั่วไปในแปลงกับชนิดที่สร้างสารพิษ การระบุชนิดต้องใช้การวิเคราะห์แยกต่างหาก
ไมโคทอกซิน
mycotoxin
สารพิษที่เชื้อราบางชนิดสร้างขึ้นขณะเจริญบนวัตถุดิบพืช ไมโคทอกซินเป็นสารเคมี ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต จึงยังคงอยู่แม้เชื้อราที่สร้างมันตายไปแล้ว และต้องวัดด้วยการวิเคราะห์ทางเคมี ไม่ใช่การนับจำนวนจุลินทรีย์ เชื้อราต่างชนิดกันสร้างไมโคทอกซินต่างชนิดกัน
ลิควิดโครมาโทกราฟี-แมสสเปกโตรเมทรี (LC-MS)
Liquid Chromatography-Mass Spectrometry (LC-MS)
เทคนิคการวิเคราะห์ที่รวมลิควิดโครมาโทกราฟี ซึ่งแยกสารในตัวอย่างของเหลว เข้ากับแมสสเปกโตรเมทรี ซึ่งระบุชนิดของสารจากมวลของชิ้นส่วนที่แตกออก เหมาะกับสารที่ทำให้กลายเป็นไอได้ยาก และใช้กันมากในการตรวจสารตกค้างที่ความเข้มข้นต่ำมาก
โลหะหนัก (Pb, As, Cd, Hg)
heavy metals (Pb, As, Cd, Hg)
ในการรายงานผลวิเคราะห์ หมายถึงกลุ่มธาตุโลหะและกึ่งโลหะที่ตรวจในวัตถุดิบพืชและปัจจัยการผลิต ที่พบบ่อยคือตะกั่ว (Pb) สารหนู (As) แคดเมียม (Cd) และปรอท (Hg) ธาตุเหล่านี้เข้าสู่ผลผลิตได้จากดิน น้ำชลประทาน ปัจจัยการผลิต หรืออุปกรณ์แปรรูป และวัดเป็นความเข้มข้นในตัวอย่าง ไม่สามารถสังเกตด้วยตาเปล่า
สเปกโทรสโคปีอัลตราไวโอเลต-วิสิเบิล (UV-Vis)
UV-Visible Spectroscopy (UV-Vis)
เทคนิคการวิเคราะห์ที่วัดปริมาณแสงอัลตราไวโอเลตและแสงที่ตามองเห็นซึ่งตัวอย่างดูดกลืนไว้ที่ความยาวคลื่นที่กำหนด ปริมาณที่ดูดกลืนสัมพันธ์กับความเข้มข้นของสารที่ดูดกลืนแสงนั้น วิธีนี้เร็วและถูกกว่าโครมาโทกราฟี แต่แยกสารผสมไม่ได้ จึงรายงานเป็นค่ารวม ไม่ใช่ค่าของสารแต่ละชนิด
สารตัวทำละลายตกค้าง
residual solvents
ร่องรอยของตัวทำละลายที่ใช้ในขั้นตอนการสกัดหรือการทำให้บริสุทธิ์ ซึ่งยังคงเหลืออยู่ในผลิตภัณฑ์สำเร็จ วัดด้วยการวิเคราะห์ทางเคมีและรายงานเป็นความเข้มข้นต่อน้ำหนักของตัวทำละลายแต่ละชนิดที่ระบุ รายการนี้ใช้กับสารสกัดที่ผ่านการแปรรูป ส่วนวัตถุดิบพืชแห้งที่ยังไม่แปรรูปโดยทั่วไปไม่ได้ตรวจรายการนี้
สิ่งแปลกปลอม (foreign matter)
foreign matter
สิ่งที่ปนอยู่ในตัวอย่างแต่ไม่ใช่วัตถุดิบพืชที่ตัวอย่างนั้นควรประกอบด้วย เช่น ดิน กรวด ชิ้นส่วนแมลง เส้นผม เศษบรรจุภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของพืชชนิดอื่น ตรวจด้วยการพินิจด้วยสายตาและการร่อนผ่านตะแกรงมากกว่าการใช้เครื่องมือ แล้วรายงานเป็นสัดส่วนต่อน้ำหนักตัวอย่าง
หน่วยสร้างโคโลนี (CFU)
colony forming unit (CFU)
หน่วยนับที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา ตัวอย่างที่เตรียมแล้วจะถูกเกลี่ยบนอาหารเลี้ยงเชื้อ และถือว่าโคโลนีแต่ละกลุ่มที่มองเห็นเจริญมาจากเซลล์หรือกลุ่มเซลล์ที่มีชีวิตหนึ่งหน่วย ผลจึงรายงานเป็นหน่วยสร้างโคโลนีต่อกรัมหรือต่อมิลลิลิตร ค่านี้นับเฉพาะจุลินทรีย์ที่เจริญได้ ไม่ใช่จำนวนเซลล์ทั้งหมด
อะฟลาทอกซิน
aflatoxin
กลุ่มไมโคทอกซินที่สร้างโดยเชื้อราสกุล Aspergillus เป็นหลัก มักเกิดบนวัตถุดิบพืชที่เก็บไว้ในที่อุ่นและชื้น ห้องปฏิบัติการมักรายงานแยกเป็นชนิดย่อยที่เรียกว่า B1 B2 G1 และ G2 พร้อมค่ารวม โดยวัดเป็นความเข้มข้นต่อน้ำหนักตัวอย่าง
โอคราทอกซิน
ochratoxin
ไมโคทอกซินที่สร้างโดยเชื้อราสกุล Aspergillus และ Penicillium บางชนิดซึ่งเจริญบนวัตถุดิบพืชระหว่างการเก็บรักษา ชนิดที่ตรวจกันทั่วไปคือโอคราทอกซินเอ เนื่องจากเกิดระหว่างการเก็บรักษามากกว่าในแปลง จึงมักตรวจคู่กับอะฟลาทอกซินในวัตถุดิบแห้งภายใต้ชุดวิเคราะห์เดียวกัน
