หน้านี้รวบรวมคำศัพท์ที่ใช้ในขั้นการทำให้แห้ง การบ่ม และการเล็ม ซึ่งเกิดขึ้นหลังการเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพรหรือพืชเครื่องเทศ แต่ละรายการอธิบายว่าขั้นตอนนั้นคืออะไร และอยู่ตรงไหนของลำดับงาน

การตกแต่งดอก (manicuring)

manicuring

การเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้ายของวัสดุที่เล็มมาแล้ว โดยเอาปลายใบและเศษก้านที่ยังเหลืออยู่ออก เพื่อให้แต่ละชิ้นมีลักษณะปรากฏที่สม่ำเสมอ เป็นงานละเอียดที่ทำด้วยมือในช่วงท้ายของการแปรรูป และมักแยกออกจากการเล็มปริมาณมาก เพราะทำได้ช้ากว่าและตัดสินด้วยสายตา

การตาก / อบแห้ง

drying

การลดน้ำออกจากวัตถุดิบพืชที่เก็บเกี่ยวแล้วจนอยู่ในสภาพที่เก็บรักษาได้ ทำในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการเคลื่อนที่ของอากาศ การทำให้แห้งเร็วเกินไปจะกักความชื้นไว้ในเนื้อเยื่อและอาจทำให้สีและกลิ่นเปลี่ยน ส่วนการทำให้แห้งช้าเกินไปก็ปล่อยให้วัสดุชื้นอยู่นานพอที่เชื้อราจะตั้งตัวได้

การบ่ม

curing

ช่วงปรับสภาพหลังการทำให้แห้ง โดยเก็บวัสดุที่แห้งแล้วไว้ในภาชนะปิดหรือในพื้นที่ที่ควบคุมไว้ เพื่อให้ความชื้นที่เหลืออยู่ภายในเนื้อเยื่อกระจายตัวและสมดุลกับผิวนอก กลิ่นและเนื้อสัมผัสยังเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในช่วงนี้ การบ่มเกิดขึ้นหลังการทำให้แห้ง และทำกับวัสดุที่แห้งเป็นส่วนใหญ่แล้ว

การปลิดดอกจากกิ่ง

bucking

การแยกช่อดอกหรือใบออกจากก้านและกิ่งที่มันเติบโตอยู่ ทำด้วยมือหรือด้วยเครื่องที่ดึงก้านผ่านแผ่นที่เจาะรูหลายขนาด ขั้นตอนนี้อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวกับการเล็ม หรือระหว่างการทำให้แห้งกับการเล็ม ขึ้นอยู่กับว่าผลผลิตนั้นถูกจัดการด้วยวิธีใด

การเล็มดอก (เปียก / แห้ง)

trimming (wet / dry)

การเล็มใบและก้านส่วนเกินออกจากช่อดอกหรือวัตถุดิบสมุนไพรที่เก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สะอาดเรียบร้อย การเล็มแบบเปียกทำทันทีหลังเก็บเกี่ยวขณะวัสดุยังเต่งน้ำ ส่วนการเล็มแบบแห้งทำหลังจากวัสดุแห้งแล้ว การเลือกวิธีส่งผลต่อแรงงาน พฤติกรรมการแห้ง และลักษณะปรากฏของผลผลิตสุดท้าย

การเล็มดอกสด (wet trim)

wet trim

การเล็มที่ทำทันทีหลังการเก็บเกี่ยว ขณะวัตถุดิบยังมีความชื้นจากแปลงอยู่ ใบแยกออกได้ง่ายกว่าในช่วงนี้และทำงานได้เร็วกว่า แต่วัสดุที่เล็มแล้วมีพื้นผิวเปิดมากขึ้นและมีใบคลุมน้อยลง จึงสูญเสียน้ำเร็วกว่าเมื่อเข้าห้องอบแห้ง

การเล็มดอกแห้ง (dry trim)

dry trim

การเล็มที่ทำหลังจากวัสดุแห้งแล้ว โดยปล่อยให้ใบรอบ ๆ ติดอยู่ตลอดช่วงการทำให้แห้ง ใบที่คลุมอยู่ช่วยชะลอการสูญเสียน้ำและปกป้องช่อดอก แต่เนื้อเยื่อที่แห้งแล้วเปราะ การจับต้องทำให้วัสดุแตกหลุดออก งานจึงช้ากว่าและเกิดเศษมากกว่าการเล็มแบบเปียก